แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน ให้คุณอยู่สบายๆ 10 ปี ไม่มีค่าส่วนกลาง

แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน หนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมคอนโดใหม่ ในกรุงเทพเกรดพรีเมี่ยมของ CMC Group จัดแคมเปญแรงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของคอนโดหรูในราคาถูกใจ พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ ให้คุณใช้ชีวิตใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ทุกยูนิตการันตีคุณภาพ ความคุ้มค่า อยู่สบายๆ 10 ปี ฟรีส่วนกลาง

โครงการแบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน “The exclusive Private Living” ตั้งอยู่ซอยกรุงธนฯ 5 เพียง 90 เมตร จาก BTSสถานีกรุงธนบุรี บริหารโครงการโดย บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC โครงการเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low-rise 8 ชั้น 1 อาคาร 200 ยูนิต ด้วยแนวคิดการดีไซน์ที่ตอบสนองดีมานด์ ด้วยการใช้พื้นที่ภายในห้องชุดที่มีฟังก์ชั่นครบ การอยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัว ดีไซน์เพื่อรองรับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการหมุนเวียนถ่ายเทอากาศภายในอากาศ พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ช.ม. 7 ระดับ ด้วยขนาดแบบ 1 ห้องนอน 29 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน 47-56 ตร.ม. พร้อมวัสดุระดับพรีเมี่ยม กับโปรโมชั่นสุดคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 3.1 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 120,000 บาท รับลดสูงสุด 200,000 บาท พร้อมค่าส่วนกลางฟรี 10 ปี *

ถนนกรุงธนบุรี เป็นถนนสายที่มีศักยภาพสูง ในเมืองที่ขยาย ในที่นี้ มีการขยายความเจริญที่หนาแน่นฝั่งสาทร สีลม พระราม 4ข้ามผ่านสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน มายังเส้นทางถนนกรุงธนบุรี ไปทางเพชรเกษม กัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ทั้งนี้สาเหตุ มาจากที่ดินที่หายากขึ้น ในขณะที่ราคาของที่ดิน ราคาของคอนโดต่อยูนิตสูงขึ้น จนไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว เชื่อมต่อ MRT สายสีน้ำเงินแล้วเสร็จในปี 2562 และยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะทำให้การเดินทาง การจราจร ระบบสาธารณะ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งคาดว่าราคาจะสูงขึ้นไปตามลำดับ

วิถีชีวิตของกลุ่มผู้ซื้อ คือเป็นคนทำงานออฟฟิศที่เจอปัญหาการจราจรโดยรถยนต์ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเวลา 06.30-7.45น. บริเวณการข้ามฝั่งจากธนบุรีเข้าเขตเมือง ได้แก่ สาทร สีลม มานานกว่า 30 ปี การจราจรโดยรถไฟฟ้าจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางสูงกว่ารถประจำทาง ดังนั้นการมีสถานที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า จะคืนความสะดวกคล่องตัวให้ผู้อยู่อาศัย และมีเวลาเหลือมากขึ้น การจัด โปรโมชั่นฟรีค่าส่วนกลาง 120 เดือน เป็นการลดภาระด้านนี้อีกทางหนึ่ง และเชื่อว่าโปรโมชั่นจะได้รับการตอบรับอย่างดี เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าโดยลดความกังวลในการพักอาศัย ลดภาระจากการผ่อนธนาคารภาระในการใช้จ่ายประจำวัน สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มโอกาสในการซื้อ และเมื่อโปรโมชั่นนี้ ได้ผลตอบรับที่ดี จะขยายช่องทางการขายในโครงการอื่นๆ ต่อไป

Read more article at แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน ให้คุณอยู่สบายๆ 10 ปี ไม่มีค่าส่วนกลาง.

SENA เปิดโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดโครงการ”นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คอนโดมิเนียมพร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา บนทำเลที่คุ้นเคยเพียง 600 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าปากเกร็ด ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท พร้อมพรีเซล 1 – 2 กรกฎาคม 2560 นี้

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ผู้ประกอบการอสังหาฯแถวหน้าของเมืองไทย และในฐานะ Developer รายแรกที่ทำหมู่บ้านโซลาร์เต็มรูปแบบ เผยว่า บริษัทฯ พร้อมก้าวหน้าซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดแผ่ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” เป็นโครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่โดดเด่นด้วยวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมการออกแบบฟังก์ชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท เปิดพรีเซลล์ในวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2560

“นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise โครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่มีความสูงถึง 35 ชั้น 1 อาคาร แบ่งเป็นห้องพัก 857 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 864 ยูนิต สำหรับสถานที่ที่ตั้งมีศักยภาพและน่าสนใจเพราะติดถนนติวานนท์ ช่วงแยกปากเกร็ด–ถนนศรีสมาน สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีปากเกร็ดที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 600 เมตร พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เช่น เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาแจ้งวัฒนะ, โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี (ตรงข้ามโครงการ) ฯลฯ

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีส่วนกลางอำนวยความสะดวกมากขึ้น เพิ่ม ECO Innovation ด้วยการติดตั้ง Solar Pavillion สำหรับพักผ่อนพร้อมชาร์จแบตมือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการดูแลความปลอดภัยถึง 3 ระดับ 1. Keycard Access 2. Lift Access 3. CCTV 24 ชม.

“โครงการ นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น เป็นโครงการที่ SENA เปิดตัวในไตรมาส 3/2560 และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะจุดขายบนทำเลวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และการออกแบบฟังชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า สอดคล้องคอนเซ็ปต์“ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” ดร.เกษรากล่าว

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังใส่ใจ ดูแลลูกค้าภายใต้คอนเซ็ปต์ “หัวคิด และหัวใจ” พร้อมบริการดูแลหลังการขาย 360 องศา เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยองศาแห่งความอุ่นใจ ในบริการแจ้งซ่อมออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย SENA We Care , องศาแห่งความสุข ดูแลทุกโครงการให้อยู่สบายโดย Victory , องศาแห่งความสบายใจ วันไหนก็ยังมั่นคงด้วยบริการรับฝากขาย – เช่า โดย 360° Living agent , องศาแห่งความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะติดต่อหรือติดตาม และยังตรวจสอบปริมาณการลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ ก็สะดวกสบายด้วยแอพพลิเคชั่น SENA 360° SERVICE

Please visit SENA เปิดโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน for more detail.

กฟภ.หนุน’วันชนะ’ชิงยช.โลก21ก.ค.นี้ช่อง7สียิงสด

ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หนุน วันชนะ ซีพีเฟรชมาร์ท ชิงแชมป์โลกเยาวชน IBF สหพันธ์มวยนานาชาติ รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวต 122 ปอนด์ กับ เอมมานูเอล นาฮัค นักชกแดนอิเหนา วันศุกร์ที่ 21 ก.ค. นี้ ที่เวทีมวยชั่วคราว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หรือ ‘กฟภ.’ ถ.งามวงศ์วาน จตุจักร กทม. เผยนักชกดาวรุ่งในสังกัดนั้นมีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกทุกคนขอเพียงอดทนเท่านั้น

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 60 ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หรือ “กฟภ.” ถ.งามวงศ์วาน จตุจักร กทม. กิติภณ ทุ่งกลาง ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (สร.กฟภ.) ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน, ธนะชัย ร้อยศรี เลขาธิการ สร.กฟภ. พร้อม “เสี่ยตังค์” ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์เพชรยินดี โปรโมชั่น ร่วมแถลงข่าวศึกมวยโลก IBF การชกจะมีขึ้นที่เวทีมวยชั่วคราว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560 ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสด เวลา 14.00-16.00 น.

โรงแรมสระแก้ว คู่เอก วันชนะ ซีพีเฟรชมาร์ท ชิงแชมป์ “ว่าง” ไอบีเอฟ ยูธ (สหพันธ์มวยนานาชาติ เยาวชน) รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวต 122 ปอนด์ กับ เอมมานูเอล นาฮัค คู่ชิงชาวอินโดนีเซีย ส่วนคู่ประกอบรายการ ยอดมงคล ซีพีเฟรชมาร์ท พบ โมฮัมหมัด อาซีซี่ (มาเลเซีย),เพชร ซีพีเฟรชมาร์ท พบ อับดุล บูรานอฟ (ทาจิกิสถาน) และ สิงห์สายัณห์ ซีพีเฟรชมาร์ท พบ แสตมป์ ส.ศักดิ์นรินทร์

นายกิตติภณเผยว่า “นับเป็นครั้งแรกเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 38 ปี สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเป็นการสนับสนุนนักกีฬามวยที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สร.กฟภ. จึงมีมติสนับสนุนจัดมวยโลกในครั้งนี้ขึ้นถือเป็นครั้งแรกที่ไม่เคยมีมาก่อน”

ด้าน “เสี่ยตังค์” เผย วันชนะเป็นหนึ่งดาวรุ่งของเพชรยินดีซ้อมอยู่ค่ายมีนะโยธินจากฟอร์มที่เห็น ทีมงานจึงมั่นใจว่าน่าจะหันมาเอาดีในเชิงมวยสากลอาชีพไต่เต้าสู่บัลลังก์โลกได้อีกคน ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งหวังผลักดันให้ขึ้นชิงแชมป์เยาวชนไอบีเอฟ ในพิกัด 122 ปอนด์ สำหรับเพชรยินดีนั้นนอกจากสร้างนักมวยขึ้นสู่เวทีเพื่อสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับตัวนักมวยเองแล้ว ยังส่งเสริมในเรื่องการเรียนควบคู่กันไปด้วย ล่าสุดสิงห์สายัณห์ยังได้ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ชั้น ปี 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิทยาศาสตร์และการกีฬา อีกด้วย ต้องขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่เล็งเห็นความสำคัญของนักมวย เสมือนการเติมพลังไฟ และส่งเสริมสนับสนุนวงการมวยโลกไทยในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้เสี่ยตังค์ยังได้เผยอีกว่านักชกในสังกัดตนนั้นมีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกทุกคนแน่ หากมีความมุ่งมั่นและอดทนซึ่งตนพร้อมหนุนอย่างเต็มที่

Please visit กฟภ.หนุน’วันชนะ’ชิงยช.โลก21ก.ค.นี้ช่อง7สียิงสด for more post.

ดีทีจีโอ ผู้นำธุรกิจอสังหาฯ ประเทศไทยร่วมเสวนา องค์การค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (IDE-JETRO Symposium) เรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573”

รัช ตันตนันตา (ที่ 4 จากขวา) ประธานผู้อำนวยการ กลุ่มบริษัทดีที (DTGO) หนึ่งในผู้นำธุรกิจอสังหาฯ และผู้พัฒนาโครงการชั้นนำแบบยั่งยืนของประเทศไทย ร่วมเสวนาเรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573” ซึ่งจัดโดยโดย สถาบันพัฒนาเศรษฐกิจ องค์การการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Institute of Developing Economics, Japan External Trade Organization, IDE-JETRO) ที่โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ

ในโอกาสนี้ คุณรัช ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องรถไฟความเร็วสูง และการลงทุนที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือเขตพื้นที่ศก.พิเศษภาคตะวันออกว่าจะส่งผลดีต่อประเทศ โดยจะส่งให้เกิดการเติบโตของศก.ภูมิภาคอย่างก้าวกระโดด เพิ่มความมั่งคั่งของประชากรในเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเดินทางและเชื่อมต่อที่เร็วยิ่งขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ศก.ของประเทศไทย และการสร้างงานในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในการที่จะให้โครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วง นายรัช กล่าวว่าจะต้องมีการดำเนินการในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับนโยบายของหน่วยงานในแต่ละประเทศให้สอดคล้องกัน การจัดการผลกระทบอันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรม จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มีเพิ่มมากขึ้น ข้อจำกัดทางภาษา ประสิทธิภาพการคมนาคม การจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการเรื่องน้ำและขยะ และการจัดการเรื่องนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เกี่ยวกับ บริษัทดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO Corporation Limited)

บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2536 เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านธุรกิจและสังคม เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนและสังคมทุกรุ่น โดยผ่านกระบวนการทางความคิดเพื่อให้เกิดความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์ พร้อมกันไปกับระบบสิ่งแวดล้อม

บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ใช้วิธีการแบบบูรณาการในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ มีการให้บริการทางด้านออกแบบสถาปัตยกรรม การปลูกสร้าง การนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาที่ดิน

นอกจากนี้ บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านสังคม โดยได้ก่อตั้งมูลนิธิพุทธรักษา ซึ่งตั้งอยู่ในไทย และมูลนิธิ ดีที แฟมิลี่ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศฮ่องกง ทั้งสองมูลนิธิมีการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจต่อเด็กขาดโอกาสทางสังคม โดยการให้การศึกษาและพัฒนาความรู้ ความสามารถเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิตต่อไป

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dtgsiam.com

Read more article at ดีทีจีโอ ผู้นำธุรกิจอสังหาฯ เมืองไทยเข้าร่วมเสวนา องค์การค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (IDE-JETRO Symposium) เรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573”.

Banyan Tree Residence Riverside Bangkok คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำจาก Nirvana Daii

บมจ. เนอวานา ไดอิ เซ็นสัญญาความร่วมมือกับบันยันทรีกรุ๊ป เชนโรงแรมระดับโลก เปิดตัวโครงการคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา “บันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ” (Banyan Tree Residences Riverside Bangkok) คอนโดระดับซูเปอร์ลักชัวรีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อเฉพาะกลุ่มในการเข้าเป็นสมาชิก The Sanctuary Club ของบันยันทรี เพื่อรับบริการจากเครือบันยันทรีทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น รีสอร์ท สปา และ สนามกอล์ฟ เป็นต้น เตรียมเปิด Sale Gallery ในเดือนกันยายน 2560

นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เนอวานา ไดอิ กล่าวถึงความร่วมมือกับ แบรนด์บันยันทรีในครั้งนี้ว่า “โครงการบันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ เป็นคอนโดโครงการแรกของบริษัทฯ เรียกได้ว่าเป็นคอนโดคอนโดใหม่ ในกรุงเทพเกรดซูเปอร์ลักชัวรี ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 300,000 บาท/ตร.ม. คอนโดนี้ตั้งอยู่บนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้สามารถมองเห็นบรรยากาศที่สวยงามของทั้งฝั่งเมืองเก่าและฝั่งเมืองใหม่ได้อย่างชัดเจน นอกเหนือจากทำเลที่ดีที่สุดแล้ว เรายังใส่ใจในการดีไซน์ที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวอันสูงสุดของผู้อาศัยเป็นหลักยิ่งไปกว่านั้นเรามองว่า ลูกค้ากลุ่ม Super Premium นั้นให้ความสำคัญและพิถีพิถันกับการใช้ชีวิตอย่างมาก ดังนั้นเราจึงสรรหาการบริการที่ดีเลิศ และแตกต่างมารองรับ เราตัดสินใจเลือกแบรนด์บันยันทรีสำหรับโครงการนี้ ทั้งนี้เพราะบันยันทรีเป็นแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็น expert ในเรื่องการให้บริการระดับห้าดาวที่ทั่วโลกยอมรับ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินมากและเชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”

มร.โฮ กวง ปิง ประธานกรรมการบริหาร บันยันทรีกรุ๊ป กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ ทางบันยันทรีได้นำเสนอบริการสุดพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรา เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับกลุ่มผู้ซื้อของโครงการนี้ด้วย โดยผู้ซื้อเฉพาะกลุ่มจะได้รับสิทธิ์การเป็นสมาชิกThe Sanctuary Club เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากแบรนด์ในเครือทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น บันยันทรี อังสนา แคสเซีย ดาหวา หรือ ลากูน่า”

บมจ. เนอวานา ไดอิ เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเมื่อบริษัทเนอวานาได้ควบรวมกับบริษัทไดอิแล้ว ทำให้บริษัทฯ มีธุรกิจในเครือเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ธุรกิจการพัฒนาโครงการ ธุรกิจรับสร้างบ้าน และบ้านสำเร็จรูป ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สำหรับโครงการคอนโดโครงการนี้ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนารายละเอียด และมีแผนเปิดขายในเดือนกันยายนนี้ โดยโครงการได้เริ่มสร้างแล้วตั้งแต่ช่วงธันวาคม 2559 โดยบริษัทบวิค-ไทย จำกัด (Bouygues-Thai) สำหรับความร่วมมือกับบันยันทรีกรุ๊ปในครั้งนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานการพักอาศัยของลูกบ้าน พร้อมเติมเต็มความต้องการด้านการบริการระดับห้าดาวอย่างสมบูรณ์แบบ

For more post, please visit Banyan Tree Residence Riverside Bangkok คอนโดริมแม่น้ำจาก Nirvana Daii.

ค่าส่วนกลาง : จ่ายแล้วไปไหน บทความน่าศึกษาจาก PLUS PROPERTY

ที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโดมิเนียม (บางท่านอาจรวมถึงอาคารสำนักงานหรือออฟฟิศ) มีความสำคัญอย่างยิ่งกับผู้อาศัยทุกคน เนื่องจากเราเองต้องดำรงชีวิตอยู่กับสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ในฐานะที่ Plus Property เป็นบริษัทที่ให้บริการในด้าน Property Management และ Facility Management กับบทบาทที่ต้องดูแลให้ระบบต่างๆ ของคอนโดหรืออาคารสำนักงานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัย สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งความพึงพอใจแก่ผู้ใช้อาคาร จึงขอแชร์ประสบการณ์ การบริหารทรัพย์ส่วนกลาง และการดูแลรักษาระบบต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและดูแลตัวแทนอสังหาริมทรัพย์สินทรัพย์เหล่านี้

คุณเคยทราบหรือไม่ว่า โครงการต่างๆ มีมูลค่าการก่อสร้างเท่าไร เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จำเป็นจะต้องมีการดูแลรักษากันอย่างไร รวมถึงวิกฤตทางด้านพลังงาน ทำให้ยิ่งต้องระมัดระวังในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ แม้กระทั่งที่บ้านเราเอง ที่ไม่ใช่แค่ประหยัดเฉพาะแค่การปิดไฟเท่านั้น บางท่านถึงกับลงทุนหันเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานกันเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้ จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทรัพย์ส่วนกลางว่าจะทำอย่างไรให้อุปกรณ์หรือระบบต่างๆ ในอาคารหรือคอนโด มีอายุการใช้งานที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัยทั้งอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร กลายเป็นลักษณะที่อยู่อาศัยที่สำคัญในเมืองขนาดใหญ่ อาทิ กทม. และตามหัวเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นผลมาการขยายตัวของเมือง โดยวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน ผู้อาศัยมีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของร่วมกันในทรัพย์ส่วนกลาง รวมทั้งมีหน้าที่ร่วมกันรับผิดชอบในการดูแลให้ทรัพย์ส่วนกลางนั้นอยู่ในสภาพดี การดูแลให้ทรัพย์ส่วนกลางอยู่ในสภาพที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ต้องดำเนินการเพียงเพราะว่ามีกฎหมายกำหนด แต่เป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องมีการดำเนินการ ลองคิดดู หากท่านต้องใช้สโมสรของหมู่บ้านที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม ถนนที่ไม่สะอาด ลิฟต์ที่ติดๆ ขัดๆ ทั้งหมดนี้ ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ไม่สะดวก และยังส่งผลให้ทรัพย์สินส่วนบุคคลมีมูลค่าลดลงเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าดู

เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย คุณภาพชีวิตที่ดี มีการรักษาหรือเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยในโครงการ และมีงบประมาณเพียงพอทั้งสำหรับการปฏิบัติงานดูแลทรัพย์ส่วนกลางประจำวันและการปรับปรุงเปลี่ยนทดแทนในระยะยาว นิติบุคคลหรือผู้บริหารโครงการจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการกับ อุปกรณ์เครื่องจักรและระบบที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น ลิฟต์ ไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล โทรศัพท์ การจัดระบบรักษาความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การลดการเกิดอุบัติเหตุ การจัดระบบการสัญจรและการเข้าออก การจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้แน่ใจได้ว่าระบบหรือุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้อาศัย ลดต้นทุนในการบำรุงรักษา ซึ่งนำมาสู่การสร้างมูลค่าให้แก่โครงการได้

นอกจากนี้ องค์ประกอบที่สำคัญของการบริหารทรัพย์ส่วนกลางคือนิติบุคคลและคณะกรรมการ ที่เป็นผู้ให้นโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ตลอดจนผู้อยู่อาศัยเองต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการบริหาร รวมทั้งการแสดงข้อคิดเห็น เพื่อเป็นกระจกสะท้อนให้ถึงการทำงาน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันเวลา ซึ่งผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เพราะนี่คือต้นทุนที่สำคัญ รองจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ มิใช่เสื่อมถอยไปตามวันเวลา ฉะนั้นการบริหารทรัพย์ส่วนกลางอย่างมีประสิทธิภาพจึงนับเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินของพวกเราได้อีกทางหนึ่ง

Please visit ค่าส่วนกลาง : จ่ายแล้วไว้ไหน บทความน่ารู้จาก PLUS PROPERTY for related article.

การเคหะแห่งชาติดึงภูมิรู้พื้นเมืองศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของบ้านพักอาศัยและชุมชน

การเคหะแห่งชาติร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการสัมมนาตัวแทนอสังหาริมทรัพย์เผยแพร่ผลงานวิจัย “โครงการศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของที่พักอาศัยและชุมชน เพื่อการวางแผนพัฒนาที่พักอาศัย โดยกระบวนการมีส่วนร่วม” โดยมี นายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการสัมมนา เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงต่อยอดงานวิจัยดังกล่าว ณ ห้องบอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเดอะแกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น เมื่อเร็วๆ นี้

นายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมุ่งเน้นการพัฒนา ที่พักอาศัยสำหรับผู้มีเงินได้น้อยและปานกลางทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการด้านที่พักอาศัย พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญของปัญหา รวมถึงการวางแผนและคัดเลือกรูปแบบการจัดสร้างที่พักอาศัยให้สอดคล้องกับดีมานด์ของแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนมีการศึกษาพัฒนาและกำหนดมาตรฐานที่พักอาศัยสำหรับชุมชนให้มีภาวะอยู่สบายสร้างความพึงพอใจให้กับผู้อาศัยในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว การเคหะแห่งชาติจึงได้ร่วมมือกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการ ศึกษาวิจัย “โครงการศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน เพื่อการวางแผนพัฒนาที่พักอาศัยโดยกระบวนการมีส่วนร่วม” เพื่อใช้เป็นเกณฑ์วัดสภาวะความสบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน ซึ่งจะเป็นการสร้างมาตรฐานที่พักอาศัยและชุมชนในเชิงคุณภาพ (Housing and Community Performance Standards) ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้คัดเลือกพื้นที่ชุมชนริมแควอ้อม ในอำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ศึกษาเพื่อดำเนินโครงการศึกษาวิจัยมาตรฐานความอยู่สบายของที่พักอาศัยและพัฒนามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ระบบนิเวศน์ และเป็นพื้นที่ที่มีที่พักอาศัยที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีภาวะอยู่สบาย เพื่อจะนำมาใช้ในการวางแผนพัฒนาที่พักอาศัย ในอนาคต โดยส่วนหนึ่งอาจปรับให้เป็นมาตรฐานทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกพื้นที่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นการพัฒนามาตรฐานเฉพาะพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพื้นที่ศึกษา

ด้านรศ.ดร.กุณฑลทิพย พานิชภักดิ์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัยฯ กล่าวถึงการศึกษาวิจัยฯ ว่า คณะวิจัยฯ ได้ทำการศึกษาในเชิงวิชาการควบคู่ไปกับกระบวนการ มีส่วนร่วม โดยเริ่มต้นจากการสืบค้นมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดตั้งภาคีเครือข่ายเพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน ประกอบด้วย การเคหะแห่งชาติ ปราชญ์ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสมุทรสงคราม และหน่วยงานระดับจังหวัด เป็นต้น โดยการศึกษาในระยะแรก เป็นการสำรวจภาพรวมการอยู่สบายของชุมชนริมแควอ้อม ทั้งในด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการบริหารจัดการ จากนั้นได้ทำการยกร่างมาตรฐานความอยู่สบายเบื้องต้นขึ้น รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากพื้นที่ศึกษาอย่างละเอียดเพื่อให้ภาคีเครือข่ายได้ประเมินพร้อมเสนอแนะข้อคิดเห็น และได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่สมบูรณ์ ถูกต้อง แม่นยำ มากที่สุด ซึ่งได้มาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน แบ่งออกเป็น ระดับ : บ้าน และ ระดับ : ชุมชน ประกอบด้วย หมวดที่ 1 กายภาพ, หมวดที่ 2 สิ่งแวดล้อม, หมวดที่ 3 เศรษฐกิจ, หมวดที่ 4 สังคมและวัฒนาธรรม, หมวดที่ 5 การบริหารจัดการ และหมวดที่ 6 การเรียนรู้พัฒนาประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษาวิจัยโครงการดังกล่าวดังกล่าวนี้ การเคหะแห่งชาติจะนำผลการศึกษามาพัฒนามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยชุมชน

โดยใช้ความรู้พื้นถิ่นเป็นหลัก คู่ขนานไปกับการศึกษาวิชาการตามแนวคิดของประเทศตะวันตกเป็นครั้งแรก อันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติและเป็นความก้าวหน้าทางวิชาการ รวมทั้งจะนำมาตรฐานความอยู่สบายที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ไปปรับใช้พัฒนามาตรฐานที่พักอาศัยของการเคหะแห่งชาติในโครงการต่างๆ โดยส่วนหนึ่งอาจปรับให้เป็นมาตรฐานทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งพัฒนามาตรฐานเฉพาะพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพื้นที่ศึกษา เพื่อให้การวางแผนพัฒนาที่พักอาศัยของการเคหะแห่งชาติมีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างจากบริบทแบบเมือง

Please visit การเคหะแห่งชาติดึงพื้นความรู้พื้นถิ่นศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน for more detail.

เอสซี ฯ ส่งเสริมพนักงานดูงานด้านนวัตกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ส่งทีมชนะเลิศในโครงการ SC Innovation Challenge 2016 ไปทัศนศึกษาด้านนวัตกรรมยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์และเรียนรู้ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมาใช้สร้างสรรค์ให้โครงการที่อาศัยของเอสซีฯ สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุค connectivity โดยมี คุณก้องไกร เมฆศรีวรวรรณ วิทยากรพิเศษจาก Mind Dojo เป็นผู้ให้ความรู้และคำแนะนำตลอดการเดินทาง ณ กรุงโตเกียว เมื่อเร็วๆ นี้

Please visit เอสซี ฯ สนับสนุนพนักงานดูงานด้านนวัตกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น for related article.

แม็กซ์ ฟิวเจอร์ ลงทุน 75 ล้านบาท ส่ง ‘ซัน พลาซา’ บุกตลาดออฟฟิศบริเวณหมอชิต-พหลโยธิน-วิภาวดี คาดดันทราฟฟิกเข้าศูนย์ได้กว่า 10,000 คนต่อวันภายในสิ้นปี 2560

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรในประเทศไทย ตอกย้ำผู้นำเซอร์วิสหลังการขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจร ล่าสุด ต่อยอดพัฒนาฟีเจอร์ “Home Care Service” (โฮม แคร์ เซอร์วิส) แจ้งและเช็คสถานะซ่อมออนไลน์ 24 ชั่วโมง สะดวก รวดเร็ว จบในแอปเดียว รองรับทุกแพลตฟอร์ม หนึ่งในฟีเจอร์ภายใต้ Home Service Application (โฮม เซอร์วิส แอพพลิเคชั่น) โดยปัจจุบันรองรับลูกบ้านกว่า 154 โครงการ 52,000 ยูนิต ลุยนำร่องระบบรองรับผู้บริโภคในระยะประกัน พร้อมเตรียมวางแผนรองรับผู้บริโภคหลังหมดระยะประกัน จัดทำระบบข้อมูลที่รวบรวม Directory lists รายละเอียดผู้รับเหมามืออาชีพที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านกว่า 1,200 บริษัท รวมถึงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนการซ่อมบำรุงล่วงหน้า มุ่งมั่นยกระดับการจัดการและบริหารงานซ่อมให้มีมาตรฐานและความสามารถนักขายบ้านมืออาชีพ
ยิ่งขึ้น ตลอดจนระบบประสานงานหลังบ้านระหว่างหน่วยงานโฮมแคร์และผู้รับเหมามืออาชีพที่เชื่อมโยงข้อมูลและอัพเดตถึงกัน โดยวางเป้าจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์

Please visit แม็กซ์ ฟิวเจอร์ ลงทุน 75 ล้านบาท ส่ง ‘ซัน พลาซา’ ลุยตลาดออฟฟิศแหล่งหมอชิต-พหลโยธิน-วิภาวดี คาดดันทราฟฟิกเข้าศูนย์ได้กว่า 10,000 คนต่อวันภายในสิ้นปี 2560 for more article.

เดอะ เบส ไฮท์ มิตรภาพ-ขอนแก่น ยอดขาย 80% รับอานิสงส์รถไฟรางคู่ ขอนแก่นเปิดใช้ปี 62

แสนสิริเผยคอนโดขอนแก่นคึกคัก รับอานิงสงส์เมกะโปรเจ็กต์รัฐ ทั้งรถไฟรางคู่จิระ– ขอนแก่น ที่จะแล้วเสร็จในปี’62 โดยสร้างเพื่อรองรับการเดินทางและ การขนส่งสินค้าทางรถไฟในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการขยายสนามบินขอนแก่น สร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ลานจอด อาคารจอดรถ เพื่อยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติ รองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงโครงการขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าระบบรางเบา (LRT) ที่จะเปิดใช้บริการในปี’ 63 ดัน “เดอะ เบส ไฮท์ มิตรภาพ–ขอนแก่น” คอนโดฯ พร้อมอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น ติดเซ็นทรัล พลาซาเนื้อหอม คาดภายภาคหน้าอสังหาฯ ขอนแก่นก้าวหน้าต่อเนื่อง

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการ คอนโด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีทิศทางที่ดีขึ้น จากปัจจัยบวกสนับสนุนของภาครัฐที่มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ทั้งทางบกและทางอากาศ ได้แก่ โครงการรถไฟรางคู่ เส้นทางช่วงชุมทางถนนจิระ– ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าแล้วประมาณ 22% ถือว่าเร็วกว่าแผนงาน 0.47% เพื่อให้การก่อสร้างรวดเร็วเสร็จทันตามกำหนดภายในปี 2561-2562 โดยคาดว่าหากโครงการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการ จะเปลี่ยนการขนส่งทางถนนไปสู่รางมากขึ้น โดยมีผู้โดยสารใช้บริการ 27,200-38,800 คนต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็น 37,000-55,000 คนต่อวัน ขณะที่ปริมาณขนส่งสินค้าที่ผ่านเส้นทางประมาณ 10,900-11,300 ตันต่อวัน จะเพิ่มขึ้นเป็น 36,400 ตันต่อวัน ภายในปี 2577 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า รวมทั้งระบบโลจิสติกส์ของประเทศ สามารถรองรับการเดินทางและขนส่งสินค้าทางรถไฟในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังมีแผนเร่งขยายสนามบินขอนแก่นให้เร็วขึ้นภายในปี 2561 โดยจะสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ลานจอดอาคารจอดรถเพื่อยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติ

นอกจากนี้ยังมีโครงการขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าระบบรางเบา (LRT) ที่จะพัฒนาขึ้นเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด และทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น นับเป็นจังหวัดแรกที่จะมีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนนอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร โดยจะเปิดใช้บริการในปี 2563 นำร่องเส้นทางแนวเหนือ–ใต้ ถนนมิตรภาพ ช่วงบ้านสำราญ–บ้านท่าพระ ระยะทาง 22.6 กม. มีทั้งหมด 16 สถานี ซึ่งจะมีสถานีแยกประตูเมือง (เซ็นทรัล) ผ่านด้านหน้าโครงการเดอะ เบส ไฮท์ มิตรภาพ – ขอนแก่น ทำให้ลูกค้าโครงการฯเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น

“จากอานิสงส์ของแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของรัฐในจ.ขอนแก่น จึงส่งผลให้ขอนแก่นมีดีมานด์ซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโด
อาคารบ้านเรือนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารบ้านเรือนประเภทคอนโดใจกลางเมือง ดันให้ “เดอะ เบส ไฮท์ มิตรภาพ–ขอนแก่น” คอนโดพร้อมอยู่ของแสนสิริที่สูงที่สุดใจกลางเมืองขอนแก่น ติดเซ็นทรัล พลาซา ขอนแก่น เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและปล่อยเช่าลงทุน มีลูกค้าสนใจจำนวนมาก โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น แพทย์จากโรงพยาบาลในขอนแก่น และเจ้าของกิจการ” นายอุทัย กล่าว

“เดอะ เบส ไฮท์ มิตรภาพ–ขอนแก่น” มีจุดเด่นที่ทำเลที่ตั้งความสามารถตั้งอยู่ติดกับเซ็นทรัลพลาซา ในระยะที่สามารถเดินมาช็อปปิ้งได้อย่างสะดวกพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (Facility) ทั้งสระว่ายน้ำบนชั้น 35, สวนส่วนกลางขนาดใหญ่, สนามฟุตซอล, ห้องอ่านหนังสือ, ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน, อินเตอร์เน็ตไร้สายสำหรับโถงต้อนรับพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรวมทั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด 24 ชั่วโมงและที่จอดรถ เป็นต้น นอกจากนี้โครงการยังโอบล้อมด้วยสถานที่สำคัญต่างๆ มากมาย อาทิ สถานศึกษา – มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่น ราม เป็นต้น เดินทางสะดวกสบายด้วยเส้นทางหลัก คือ ถนนมิตรภาพ ซึ่งยังสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ศูนย์ราชการ สนามบิน หรือ ไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้โดยง่าย โดยเป็นอาคารพักอาศัยสูง 36 ชั้น จำนวนทั้งสิ้น 983 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมประมาณ 2,100 ล้านบาท ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “ชีวิตชั้นบรรยากาศ” ที่ต้องการสัมผัสชีวิตในชั้นบรรยากาศได้ทุกวันในโลเคชั่นที่ดี สะท้อนการใช้ชีวิตของกลุ่มคนที่มีวิสัยทัศน์ มองถึงอนาคตไม่ยึดติดอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ มีความต้องการใช้ชีวิตแบบคนเมืองและมองการอยู่อาศัยในคอนโดภายใต้การใช้ชีวิตที่ทันสมัยและแตกต่าง ประกอบด้วยห้องพักขนาด 1-2 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 29.00-65.00 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 1.75 ล้านบาท พร้อมจัดโปรโมชั่น ฟรีค่าโอน และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบเซ็ท รับส่วนลดสูงสุดถึง 1 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ย 2.99% นาน 3 ปี ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2560

Please visit เดอะ เบส ไฮท์ มิตรภาพ-ขอนแก่น ยอดขาย 80% รับผลดีรถไฟรางคู่ ขอนแก่นเปิดใช้ปี 62 for more post.